การเดินทางท่องเที่ยวสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวไทยเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปชมซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ ลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับ หรือสัมผัสหิมะสีขาวนุ่มฟูในฤดูหนาว คำถามยอดฮิตสำหรับคนที่กำลังวางแผนเดินทางคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า ไปญี่ปุ่นต้องทำวีซ่าไหม และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง WonderConnect ได้รวบรวมข้อมูลฉบับอัปเดตล่าสุดปี 2570 เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมก่อนบินได้อย่างมั่นใจ
สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (พาสปอร์ตเล่มสีน้ำตาล) ของประเทศไทย หากเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือติดต่อธุรกิจระยะสั้น คำตอบของคำถามที่ว่าไปญี่ปุ่นต้องทำวีซ่าไหม คือไม่ต้องทำวีซ่า เพราะทางการญี่ปุ่นได้ขยายมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถพำนักอาศัยในประเทศญี่ปุ่นได้สูงสุด ไม่เกิน 15 วันต่อครั้ง
อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่านั้น ผู้เดินทางจะต้องถือหนังสือเดินทางแบบมีชิปอิเล็กทรอนิกส์ (Biometric Passport) ที่มีอายุการใช้งานครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนัก และการได้รับยกเว้นวีซ่าไม่ได้เป็นการการันตีว่าจะได้เข้าประเทศแบบอัตโนมัติ 100% เนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของญี่ปุ่นยังมีอำนาจในการตรวจสอบและพิจารณาอนุญาตเป็นรายบุคคล
หากคุณมีแผนการเดินทางที่อยู่นอกเหนือจากเงื่อนไขฟรีวีซ่าท่องเที่ยว จะต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศญี่ปุ่น (JVAC) โดยกรณีที่ต้องขอวีซ่า ได้แก่
พำนักเกิน 15 วัน : ผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวระยะยาว เยี่ยมครอบครัว หรือพำนักเกินกว่า 15 วัน ต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวประเภทชั่วคราว (Temporary Visitor Visa) ซึ่งพำนักได้ตั้งแต่ 30–90 วัน
เดินทางเพื่อทำงานหรือประกอบอาชีพ : การเดินทางไปรับจ้างหรือทำงานที่ได้รับผลตอบแทนในญี่ปุ่น ไม่สามารถใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่าได้ ต้องมีหนังสือรับรองสถานภาพการพำนัก (Certificate of Eligibility: CoE) จากนายจ้างในญี่ปุ่นเพื่อยื่นขอวีซ่าทำงาน (Working Visa)
ศึกษาต่อหรือฝึกงาน : คอร์สเรียนระยะสั้นหรือระยะยาวในมหาวิทยาลัย โรงเรียนสอนภาษา หรือสถาบันวิชาชีพ ต้องยื่นขอวีซ่านักเรียน (Student Visa) ให้ตรงตามวัตถุประสงค์
แม้ว่าคนไทยจะไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า แต่การเตรียมเอกสารสำคัญให้พร้อมสำหรับแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ตม. ญี่ปุ่น จะช่วยลดปัญหาการถูกตั้งข้อสงสัยและทำให้ผ่านด่านเข้าเมืองได้อย่างราบรื่น
หนังสือเดินทาง (Passport) : เล่มจริงที่ยังไม่หมดอายุ แม้ทางการญี่ปุ่นไม่ได้กำหนดเกณฑ์ 6 เดือนอย่างเป็นทางการ แต่สายการบินส่วนใหญ่แนะนำให้มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันเดินทาง
ตั๋วเครื่องบินขากลับ : หลักฐานตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจน โดยต้องมีกำหนดวันกลับภายในระยะเวลา 15 วัน เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีเจตนาพำนักเกินกำหนด
หลักฐานการจองที่พัก : ใบยืนยันการจองโรงแรม โฮสเทล หรือเอกสารระบุที่อยู่ของสถานที่พักในญี่ปุ่นที่ชัดเจน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
แผนการท่องเที่ยว (Itinerary) : แผนการเดินทางรายวันแบบคร่าว ๆ ระบุสถานที่เที่ยว เมืองที่จะไป และระบบการเดินทางภายในประเทศ
หลักฐานทางการเงิน : เงินสดสกุลเยน (JPY) บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Travel Card เพื่อแสดงความพร้อมด้านค่าใช้จ่ายตลอดการท่องเที่ยว
Visit Japan Web (VJW) คือระบบบริการออนไลน์ที่รัฐบาลญี่ปุ่นพัฒนาขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในการกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและพิธีการศุลกากรล่วงหน้า โดยไม่ต้องเสียเวลากรอกเอกสารกระดาษบนเครื่องบิน
ผู้เดินทางสามารถเข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการของ Visit Japan Web ก่อนวันเดินทางประมาณ 3–5 วัน โดยกรอกข้อมูลหนังสือเดินทาง ข้อมูลเที่ยวบิน ที่พัก และตอบแบบสอบถามด้านสุขภาพ เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วน ระบบจะสร้าง QR Code เฉพาะบุคคล สำหรับนำไปสแกนที่จุดตรวจคนเข้าเมืองและตู้คีออสศุลกากรอัตโนมัติในสนามบินญี่ปุ่น ช่วยลดเวลาต่อคิวและผ่านด่านได้อย่างรวดเร็ว
การใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นมีข้อกำหนดและกฎหมายจราจรที่เคร่งครัด ซึ่งสิ่งที่ควรระวัง มีดังนี้
ห้ามทำงานเด็ดขาด : การทำงาน รับจ้าง หรือหารายได้ในระหว่างที่ใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า ถือว่าผิดกฎหมายร้ายแรง มีโทษปรับ จำคุก และส่งตัวกลับประเทศทันที
ห้ามอยู่เกินกำหนด (Overstay) : ต้องเดินทางออกจากญี่ปุ่นภายใน 15 วัน หากอยู่เกินกำหนดโดยไม่มีเหตุสุดวิสัย จะถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1–5 ปีขึ้นไป
พกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ : กฎหมายญี่ปุ่นกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องพกหนังสือเดินทางตัวจริงติดตัวตลอดเวลา หากเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจแล้วไม่มี อาจถูกปรับหรือเชิญตัวไปสถานีตำรวจได้
เมื่อคลายข้อสงสัยแล้วว่าไปญี่ปุ่นต้องทำวีซ่าไหม ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมระบบสื่อสารให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดดูเส้นทางรถไฟ นำทางด้วย Google Maps กรอกข้อมูล ตม. หรือค้นหาร้านอาหารอร่อย การพกซิมไปต่างประเทศรูปแบบใหม่อย่าง eSIM ญี่ปุ่น จะช่วยให้คุณเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างอุ่นใจ
eSIM ของเราเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายความเร็วสูงในท้องถิ่นได้อย่างลื่นไหล ไม่ต้องสลับซิมการ์ดเดิม และยังคงสแตนบายเบอร์ไทยไว้รับ SMS OTP ได้ตามปกติ เพียงสแกน QR Code ติดตั้งลงเครื่องไว้ล่วงหน้าตั้งแต่งานก่อนออกเดินทางจากประเทศไทย และเมื่อแลนดิ้งถึงสนามบินปลายทาง ให้เข้าไปตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน eSIM แล้ว จากนั้นตั้งค่าเลือก eSIM เป็นสายหลักสำหรับใช้อินเทอร์เน็ตมือถือ (Mobile Data) พร้อมเปิดใช้งาน Data Roaming เพียงเท่านี้ก็พร้อมนำทางทริปขับรถของคุณได้ทันที ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WonderConnect ได้แล้ววันนี้ทั้งบน iOS และ Android
พาสปอร์ตไทยธรรมดาสามารถพำนักเพื่อการท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 15 วันต่อครั้ง หากต้องการอยู่นานกว่านั้นต้องยื่นขอวีซ่าล่วงหน้า
เข้าออกได้หลายครั้ง แต่ต้องไม่มีพฤติกรรมพำนักระยะยาวต่อเนื่อง หรือเข้าออกบ่อยจนน่าสงสัยว่าลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย
ต้องลงทะเบียน โดยผู้ปกครองสามารถเพิ่มข้อมูลของบุตรหลานเป็นผู้ร่วมเดินทางในบัญชีเดียวกันเพื่อรับ QR Code ผ่านด่านตรวจได้